ศัลยกรรมเสริมหน้าอก

ศัลยกรรมหน้าอกเพื่ออะไร ?

  • เสริมหน้าอกเพื่อความงาม เพิ่มขนาดหน้าอกให้ใหญ่ขึ้น
  • แก้ไขขนาดเต้านมทั้งสองข้างที่มีขนาดไม่เท่ากัน
  • แก้ไขเต้านมที่มีรูปทรงผิดปกติ
  • แก้ปัญหาหน้าอกเล็ก จากพันธุกรรม
  • ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต้องผ่าตัดเต้านม
  • ประสบอุบัติเหตุบริเวณหน้าอก

 

เพิ่มสัดส่วนหน้าอก เสริมสร้างความมั่นใจ ด้วยการศัลยกรรมเสริมหน้าอก

 

เดี๋ยวนี้การทำศัลยกรรมหน้าอกสามารถทำได้หลายวิธีค่ะ การผ่าตัดเพื่อใส่ซิลิโคนก็ทำได้หลายจุด แล้วแต่ว่าใครจะเลือกตำแหน่งไหน ซึ่งมีตำแหน่งผ่าตัดดังนี้

 

เสริมหน้าอก โดยการใส่ซิลิโคนตรงไหนได้บ้าง ?

ใต้รักแร้ : ตำแหน่งนี้จะเห็นรอยแผลชัดเจน เมื่อเสริมไปแล้วต้องการแก้ไขจะต้องผ่าตัดเปิดแผลจากตำแหน่งอื่น เช่น ใต้ราวนม ใต้รักแร้เหมาะกับคนที่ไม่อยากมีรอยแผลหน้าอก เพราะแผลจะอยู่ตรงรอยพับรักแร้

ใต้ราวนม : ตำแหน่งนี้คนนิยมทำกันมาก เพราะหลังผ่าตัดแผลจะถูกซ่อนอยู่ตรงรอยพับใต้นม ทำให้ไม่เห็นรอยแผล

ปานนม : ตำแหน่งก็สามารถปกปิดแผลได้ดีเช่นกัน แต่ถ้าแผลมีการอักเสบ จะทำให้เห็นได้ชัด และอาจมีผลกับการให้นมลูก

สะดือ : ตำแหน่งนี้ซ่อนรอยแผลได้ดีทีเดียว อาการบวมก็น้อย แต่การผ่าตัดต้องทำโดยการใช้กล้องส่องขยายทางช่องท้อง

 

การเลือกตำแหน่งการผ่าตัดก็ต้องขึ้นอยู่กับวัสดุหรือซิลิโคนที่เราเลือกใช้ด้วย สำหรับวัสดุที่ใช้สำหรับเสริมหน้าอกก็มีหลายแบบให้เลือก

การเตรียมตัวก่อนเสริมหน้าอก

 

ใช้อะไรเสริมหน้าอกได้บ้าง ?

ซิลิโคน

เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีลักษณะเป็นถุงซิลิโนที่มีความยืดหยุ่น มีทั้งแบบผิวเรียบและผิวขรุขระ รูปทรงมี 2 แบบ

ซิลิโคนทรงหยดน้ำ > เหมาะกับคนที่มีเนื้อหน้าอกน้อย ถ้าใช้ซิลิโคนทรงยดน้ำจะทำให้ดูธรรมชาติ หลังผ่าตัดไม่ต้องนวด

ซิลิโคนทรงกลม > เหมาะกับคนที่มีเนื้อหน้าอกพอสมควร การผ่าตัดทำได้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน แต่หลังผ่าตัดจะต้องดูแลตัวเองเยอะกว่า

ถุงซิลิโคนมีเจลหลายแบบ คือ เจลแบบธรรมดา เจลที่ความหนาแน่นสูง และเจลที่มีความหนาแน่นสูงมาก

// เจลที่ความหนาแน่นสูง เป็นตัวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะสามารถใช้งานได้ในระยะยาว รูปร่างไม่เปลี่ยนแปลง คงรูปทรงเดิม ในกรณีที่ซิลิโคนแตกหรือรั่วเนื้อเจลก็ไม่ไหล เป็นวัสดุที่มีความปลอดภัยสูง รูปทรงที่ได้ก็ดูเป็นธรรมชาติ แต่เจลประเภทนี้จะแข็งกว่าเจลธรรมดาเล็กน้อย //

ถุงน้ำเกลือ

ลักษณะของถุงน้ำเกลือสำหรับเสริมหน้าอก เป็นถุง 2 ชั้น โดยถุงชั้นในเป็นถุงน้ำเกลือ และถุงชั้นนอกเป็นถุงเจล ถุงแบบนี้สามารถเติมน้ำเกลือได้หลังจากที่ใส่เข้าไปในเต้านมแล้ว สามารถเติมน้ำเกลือเข้าไปเพื่อเพิ่มหรือลดขนาดได้ตามต้องการ

รูปทรงที่ได้จะไม่เหมือนเต้านมจริง คือไม่ค่อยธรรมชาติ และอาจมีเสียงน้ำเกลือเวลาที่กระโดด มีราคาสูง

การใช้ถุงน้ำเกลือมีความปลอดภัย เพราะในกรณีที่ถุงน้ำเกลือแตก หรือรั่ว จะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

แต่ข้อควรระวังก็คือ ระวังถุงน้ำเกลือฉีกขาด และมีรอยยับรอยย่น

ฉีดไขมันเสริมหน้าอก

เป็นการเสริมหน้าอกโดยไขมันของตัวเอง มาฉีดเพิ่มขนาดหน้าอก โดยแพทย์จะทำการดูดไขมันจากส่วนอื่น เช่น หน้าท้อง ต้นขา แล้วนำไขมันที่ได้มาผ่านกระบวนการคัดแยกเพื่อนำไขมันไปฉีดเสริมหน้าอก

ก่อนเริ่มขั้นตอนการดูดไขมัน แพทย์จะประเมินก่อนว่าในการเสริมหน้าอกต้องใช้ไขมันมากน้อยเพียงใด จากนั้นจึงทำการดูดไขมันออกมาตามปริมาณที่ต้องใช้

เมื่อได้ไขมันแล้ว ก็นำไขมันนั้นฉีดเข้าไปยังชั้นไขมันบริเวณหน้าอก วิธีการฉีดไขมันเสริมหน้าอกจะใช้เวลาค่อนข้างนาน ประมาณ 4 ชั่วโมง เพราะมีขั้นตอนที่ซับซ้อน

ใช้ไขมันตัวเองปลอดภัย ผลข้างเคียงน้อย ไม่มีแผลหลังผ่าตัด เพราะเป็นการฉีดไขมันเข้าไป แต่บริเวณที่ทำการดูดไขมันออกมานั้นอาจมีรอยช้ำ

 

ผลลัพธ์ที่ได้ หน้าอกจะดูเป็นธรรมชาติ รูปทรงหน้าอกจะเข้าที่ต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือน เพราะตอนฉีดไขมัน แพทย์จะฉีดให้หน้าอกใหญ่เผื่อไว้ก่อน เพราะโดยธรรมชาติแล้วไขมันจะมีการยุบตัว

วิธีการฉีดไขมันไม่เหมาะกับคนผอม คนตัวเล็ก ที่ต้องการเสริมหน้าอกขนาดใหญ่มากๆ เพราะต้องใช้ไขมันในปริมาณที่เยอะ ร่างกายอาจมีไขมันไม่เพียงพอ

ฉีดไขมันเสริมหน้าอก อยู่ได้นานไหม ?

ไขมันจะสลายไปเอง โดยทั่วไปก็อยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี

ฉีดฟิลเลอร์เสริมหน้าอก

แพทย์จะฉีดฟิลเลอร์เข้าไปใต้ผิวหนัง แล้วทำการนวดเพื่อให้ได้รูปทรง และขนาดตามที่ต้องการ

การฉีดฟิลเลอร์มีแบบถาวร และชั่วคราว (อยู่ได้ประมาณ 6 เดือน) การฉีดฟิลเลอร์ใช้เวลาไม่นาน ทำได้ง่าย ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก็เสร็จ คนไข้ไม่ต้องพักฟื้น กลับไปพักผ่อนที่บ้านได้ทันที

หลังทำเห็นผลทันที หน้าอกใหญ่ขึ้น ไม่มีรอยแผล เพราะเป็นการฉีดสารเข้าไปเติมเต็ม

ข้อจำกัดของการฉีดฟิลเลอร์ก็คือ ไม่สามารถฉีดเข้าไปในปริมาณมาก คือสามารถฉีดเสริมหน้าอกได้ข้างละไม่เกิน 150cc เท่านั้น และราคาฟิลเลอร์ค่อนข้างสูง

ในกรณีที่มีความผิดพลาดเกิดขึ้น การแก้ไขขูดฟิลเลอร์ออกทำได้ยาก ในบางกรณีฟิลเลอร์จะเกาะเนื้อเยื่อ ทำให้ต้องขูดเนื้อเยื่อออกไปด้วย ที่สำคัญต้องระวังการใช้สารแปลกปลอม หรือฟิลเลอร์ปลอมมาฉีดหน้าอก