ศัลยกรรมเสริมสะโพก

สะโพกไม่สวย อยากเสริมสะโพก!!

ผ่าตัดเสริมสะโพกเป็นการทำศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติจำนวนมาก และในช่วงหลังๆ มานี้ได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศไทย การเสริมสะโพกหรือการเสริมก้นเป็นการศัลยกรรมที่ช่วยเพิ่มทรวดทรงให้สรีระสวยงามขึ้น ทั้งยังช่วยยกกระชับสะโพก และส่วนที่หย่อนคล้อยได้เป็นอย่างดี ในบทความนี้ Aime’ Clinic จะพูดถึงการเสริมสะโพกนั้นสามารถทำได้กี่วิธีและแต่ละวิธีนั้นแตกต่างกันอย่างไร

ศัลยกรรมเสริมสะโพก

เสริมสะโพก เสริมก้น

สาวๆ หลายมักมีปัญหาเกี่ยวบั้นท้าย เช่น ไม่มีก้น หรือหย่อนคล้อยไม่ได้รูปทรงที่สวยงาม การศัลยกรรมสะโพกนอกจากจะทำให้สะโพกดูผายได้รูปทรงที่สวยงามแล้ว ยังช่วยยกกระชับส่วนที่หย่อนคล้อยให้เต่งตึงขึ้นอีกด้วย ทำให้เวลาที่ใส่กระโปรง กางเกง หรือชุดเดรสแบบเข้ารูป จะช่วยให้เห็นทรวดทรงที่สวยงาม เพิ่มความมั่นใจได้และทำให้บุคลิกภาพดีขึ้นตามไปด้วย

การเสริมสะโพกสามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้

  1. การเสริมสะโพกด้วยซิลิโคน วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเพราะผลลัพธ์ที่ได้อยู่คงทนถาวร ซิลิโคนที่ใช้จะประเภทเดียวกับซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมหน้าอก แต่จะมีลักษณะและรูปร่างที่ไม่เหมือนกัน
  2. เสริมสะโพกโดยฉีดสารเติมเต็ม ฟิลเลอร์ ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์บริเวณสะโพกอาจจะต้องใช้ปริมาณมาก ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงตามไปด้วย และเมื่อระยะเวลาผ่านไปฟิลเลอร์ก็จะสลายไปทำให้ต้องฉีดใหม่เมื่อฟิลเลอร์สลายตัว
  3. การเสริมสะโพกด้วยการฉีดไขมัน โดยการนำไขมันในร่างกายจากส่วนอื่นมาฉีดเพิ่มเสริมสะโพก ข้อเสียคือเมื่อเวลาผ่านไปไขมันที่ฉีดเข้าไปนั้นจะสลายตัวคล้ายๆ กับการฉีดฟิลเลอร์

ก่อนการผ่าตัดคนไข้ควรเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อความปลอดภัยในการผ่าตัดและไม่ให้เกิดผลกระทบหรือปัจจัยแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด คนไข้ควรงดสูบบุหรี่ งดแอลกอฮอล์ ยาที่ทำให้ลิ่มเลือดแข็งตัวและอาหารเสริมต่างๆ ก่อนเข้ารับผ่าตัดอย่างน้อย 1 เดือน ในวันผ่าตัดต้องงดอาหารและงดน้ำ 6-8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมสะโพก

ก่อนผ่าตัดแพทย์จะให้ยาสลบกับคนไข้ จากนั้นใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์กรีดบริเวณร่องก้น สำหรับใส่ซิลิโคน เมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยว่าทั้งสองข้างเท่ากันแล้ว แพทย์จะเย็บแผล การผ่าตัดเสริมสะโพกใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 2 ชั่วโมง แผลจากการผ่าตัดจะมีลักษณะเป็นรอยยาวประมาณ 7-8 เซนติเมตร แต่จะมองไม่เห็นเพราะรอยแผลอยู่ในร่องก้น

หลังการผ่าตัดคนไข้ควรนอนพักเพื่อดูอาการที่โรงพยาบาล 2 วัน ควรนอนคว่ำเพื่อไม่ให้แผลถูกทับและป้องกันไม่ให้ซิลิโคนเคลื่อนที่ ข้อควรระวังอีกอย่างคือเรื่องของความสะอาด เพราะเป็นบริเวณที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย