เสริมหน้าอก

เสริมหน้าอก เสริมนม (Breast Surgery)

เพราะเรื่องขนาดของ หน้าอก  ในปัจจุบันกลายเป็นสิ่งช่วยเรียกความมั่นใจ ชูความเป็นหญิง และสามารถสร้างเสน่ห์การดึงดูดได้ไม่น้อย ทำให้การศัลยกรรมเสริมหน้าอกกลายเป็นที่นิยม อีกทั้งยังในเรื่องของการแก้ไขปัญหา อาทิเช่น ผู้ที่ประสบปัญหาหน้าอกมีขนาดใหญ่เกินไปก็กลายเป็นข้อเสียทำให้เสียความมั่นใจก็มี กระบวนการผ่าตัดทางการแพทย์จึงเข้ามาแก้ไขผ่าตัดเพื่อลดขนาดหน้าอกให้มีขนาดเล็กลง หรือเพิ่มยกกระชับหน้าอกที่หย่อนคล้อยไม่เข้ารูปให้กลับมาสวยงามดังเดิม

การเสริมหน้าอก (ทำนม) ทางเอเม่คลินิกเลือกใช้ซิลิโคน (Silicone) เสริมหน้าอกของยี่ห้อที่ได้มาตรฐานและเป็นที่นิยม  ได้แก่ Mentor, Sibbin, Euro, Allergan  โดยเป็นซิลิโคนที่ศัลยแพทย์เชื่อมั่นว่าดีที่สุดสำหรับการเสริมหน้าอก จึงสามารถมั่นใจได้ในเรื่องของคุณภาพ และความปลอดภัย

ซิลิโคนเสริมหน้าอกที่เอเม่คลินิกเลือกใช้

Mentor (เมนเทอร์) ซิลิโคนเสริมหน้าอกยี่ห้อนี่ถือได้ว่ามีมายาวนานกว่ายี่ห้ออื่นๆ และปัจจุบันก็ยังคงมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องพร้อมกับได้รับมาตรฐาน ผ่านการรับรองจาก อย.สหรัฐอเมริกา (US FDA) มีความปลอดภัยสูงในเรื่องการแตกการซึม เพราะภายในเป็นเจลที่มีความหนาแน่นสูง มีความคงรูป ไม่ไหล ต่อให้มีการฉีกขาดหรือแตกก็ตาม

Allergan (อัลเลอแกน)  เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อที่ได้รับความนิยม มาตรฐานอเมริกา ซึ่งจะไม่แตกต่างกับยี่ห้อเมนเทอร์เลย (Mentor) สักเท่าไหร่ หากจะต่าง ก็คงเป็นเรื่องของขนาดเบอร์ซีซี และจะมีความพุ่งเป็นบล๊อกกว่า

Sebbin (เซบบิน) เป็นซิลิโคนเสริมหน้าอกเกรดทางการแพทย์สัญชาติประเทศฝรั่งเศส ผ่านการรับรองจากสำนักงานความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์ประเทศฝรั่งเศส ได้มาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ได้รับการยอมรับจากแพทย์ และเป็นยี่ห้อที่ได้รับความสนใจ เนื่องจากราคาซิลิโคนยี่ห้อนี่จะเซฟมากกว่ายี่ห้ออื่นๆ

Euro (ยูโร) ซิลิโคนเสริมหน้าอกอีกหนึ่งแบรนด์จากฝรั่งเศส มีมาตรฐานได้รับการรับรอง เป็นอีกหนึงตัวเลือกสำหรับผู้ที่สนใจซิลิโคนจากฝรั่งเศส มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับของสากล

ก่อนการผ่าตัดเสริมหน้าอกควรเตรียมตัวอย่างไร ?

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมนมถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญ ดังนั้นคนไข้ควรเตรียมตัวให้พร้อม ในขั้นตอนแรกคนไข้ควรเจ้ามาพบแพทย์ เพื่อปรึกษาและพูดคุยถึงความต้องการของคนไข้ ในขั้นตอนนี้แพทย์จะตรวจร่างกายและประเมินขนาดของซิลิโคนที่จะใช้ในการผ่าตัด และรูปทรงหน้าอกว่าคนไข้ต้องการหน้าอกรูปทรงแบบใด เช่น ทรงกลม หรือทรงหยดน้ำ รวมไปถึงตำแหน่งที่จะทำการผ่าตัดว่าจะผ่าตัดตำแหน่งใด บริเวณรักแร้, ใต้ราวนม หรือบริเวณปานนม เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของคนไข้มากที่สุด หากคนไข้มีประวัติการแพ้ยาหรือมีโรคประจำตัวควรแจ้งให้แพทย์ทราบด้วยนะคะ

ข้อควรปฏิบัติก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอก

  1. ก่อนเข้าผ่าตัดเสริมหน้าอก 1 สัปดาห์ คนไข้ต้องงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพื่อป้องกันไม่ให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  2. ก่อนและหลังเข้าผ่าตัดเสริมหน้าอก 2 สัปดาห์ งดสูบบุหรี่
  3. ก่อนเข้าผ่าตัดเสริมหน้าอก คนไข้ควรงดรับประทานยาแก้ปวด เช่น แอสไพริน ไอบลูโพเฟ่น และกลุ่มยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด รวมไปถึงอาหารเสริมทุกชนิด ในข้อนี้หากมีข้อสงสัยควรถามแพทย์ผู้ผ่าตัดให้ละเอียด
  4. ต้องงดการดื่มน้ำและรับประทานอาหารก่อนเข้ารับการผ่าตัดเป็นเวลา 6 ชั่วโมง
  5. ในวันเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอก ควรอาบน้ำและเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัด

** อย่าลืมนะคะ หากแพ้ยา หรือมีโรคประจำตัวต้องแจ้งให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดค่ะ

วิธีการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมหน้าอก

การผ่าตัดเสริมหน้าอกนั้นสามารถทำการผ่าตัดได้หลายตำแหน่ง ซึ่งแต่ละตำแหน่งก็มีข้อดีแตกต่างกันไป โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. แผลผ่าตัดบริเวณใต้รักแร้ (Transaxillary) การผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยวิธีนี้จะซ่อนบาดแผลไว้ใต้รักแร้ ซึ่งจะเป็นแนวเดียวกับรอยพับหากมองผิวเผินก็จะไม่เห็นรอยแผล ซึ่งบางครั้งจะดูไม่ออกเลยว่าทำการเสริมหน้าอกมา เพราะแผลผ่าตัดอยู่ในจุดซ่อนเร้น
  2. แผลผ่าตัดบริเวณใต้ราวนม (Inframammary)การผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยวิธีนี้แพทย์จะซ่อนแผลผ่าตัดไว้ การผ่าตัดสามารถทำได้ง่าย และยังสามารถจัดวางตำแหน่งของซิลิโคนได้รูปทรงที่สวยงามได้ดี การผ่าตัดแผลบริเวณใต้ราวนมเหมาะกับการเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนทรงหยดน้ำ
  3. แผลผ่าตัดบริเวณปานนม (Periareola) : เหมาะสำหรับผู้ที่มีปานนมใหญ่ และหน้าอกหย่อนคล้อย เพราะการผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยวิธีนี้จะสามารถช่วยยกกระชับหน้าอกของคุณได้ด้วยค่ะ ซึ่งความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นคืออาการชาบริเวณหัวนม หรือหัวนมทิ่มลงไม่ได้รูปที่สวยงาม ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำการผ่าตัดด้วยแพทย์ที่มีความชำนาญ

ตำแหน่งการวางซิลิโคนเสริมหน้าอก

เสริมหน้าอก แบบเหนือกล้ามเนื้อ

การวางซิลิโคนตำแหน่งนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกอยู่แล้วพอสมควร ฉะนั้นจึงไม่เหมาะกับคนที่มีรูปร่างผอมบาง เพราะเนื้อบริเวณเต้านมจะน้อย ยิ่งผิวหนังบางเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีโอกาสเห็นซิลิโคนชัดมากขึ้น ทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ

ข้อดี

  • การผ่าตัดไม่ยุ่งยาก
  • มีผลข้างเคียงน้อยกว่าและหายเร็วกว่าเหมาะสำหรับสาวที่มีไขมันหรือเนื้อที่เต้านมเพียงพอ
  • ไม่มีการเคลื่อนตัวของถุงเต้านมเทียมในขณะที่กล้ามเนื้อมีการขยับ
  • เจ็บน้อยกว่า(ในระยะแรก) และใช้ระยะเวลาพักฟื้นสั้นกว่า
  • สามารถใส่ซิลิโคนขนาดใหญ่มากๆ ได้
  • การผ่าตัดแก้ไขทำได้ง่ายกว่าใต้กล้ามเนื้อ
  • กรณีที่เต้านมคล้อยไม่มากอาจช่วยแก้ปัญหาเต้านมคล้อยทำให้ไม่ต้องทำการผ่าตัดกระชับเต้านม

ข้อเสีย

  • ในรายที่ผิวหนังบางมีโอกาสคลำพบขอบเต้านมเทียมได้สูงกว่า
  • มองเห็นขอบเต้านมเทียมได้มากกว่า
  • ตัวเต้านมเทียมมีโอกาสคล้อยได้มากกว่า
  • ตำแหน่งนี้มีโอกาสเกิดพังผืดสูง ถ้านวดไม่ดี และเวลาเกิดพังผืดรัดจะมองเห็นขอบซิลิโคนเป็นริ้วๆ ได้
  • ถ้าเกิดผังผืดรัดจะมองเห็นได้ชัดเจนโดยเฉพาะคนที่มีผิวหนังบาง
  • ถ้ามีรอยพับของถุงเต้านมจะมองเห็นและคลำได้ชัดเจนกว่าโดยเฉพาะถุงที่เป็นผิวทราย
  • มีโอกาสที่เต้านมจะเคลื่อนที่ลงล่างได้มากกว่า

เสริมหน้าอก แบบใต้กล้ามเนื้อ

การวางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อหน้าอกจะดูเป็นธรรมชาติที่สุด เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกน้อย พอวางแล้วจะมองไม่เห็นขอบของถุงซิลิโคน เมื่อสัมผัสแล้วจะรู้สึกถึงเนื้อนมได้เต็มที่ เพราะถุงซิลิโคนจะซ่อนอยู่ใต้กล้ามเนื้อ การเสริมใต้กล้ามเนื้อจะค่อนข้างเจ็บแผลในระยะแรก แต่จะลดโอกาสการเกิดพังผืดได้ดี ซึ่งส่วนใหญ่คนไทยมีเนื้อเต้านมน้อย การเสริมในตำแหน่งนี้จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด

ข้อดี

  • เนินอกดูเป็นธรรมชาติ ทั้งเรื่องของรูปทรงและเรื่องของสัมผัส
  • โอกาสเกิดเต้านมยานลงในอนาคตได้น้อยกว่า
  • มักคลำไม่เจอรอยพับของถุงเต้านม (ยกเว้นถุงผิวทราย)
  • โอกาสเกิดผังผืดหดรัดน้อยกว่า

ข้อเสีย

  • มีการเคลื่อนตัวของถุงเต้านมเทียมได้ขณะมีการขยับกล้ามเนื้อ
  • เจ็บมากกว่า (ในระยะแรก)
  • หน้าอกจะดูห่างกว่า
  • เทคนิคการผ่าตัดยากกว่าเหนือกล้ามเนื้อ (โดยเปิดทางปานนมหรือราวนม)
  • ใช้เวลานานกว่าจะเข้าที่แต่จากหลังที่เข้าที่จะดูเป็นธรรมชาติมาก

การดูแลหลังการผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอก

  • อาการข้างเคียงหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก 2-3วันหลังการผ่าตัดอาจมีอาการปวด และตึงบ้างเล็กน้อย
  • รูปทรงของหน้าอกจะเริ่มเข้าที่และดูเป็นทรงที่สวยงามต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1-2เดือน เพื่อรอให้แผลให้หายสนิทและรอให้อาการบวมลดลงจึงจะเห็นรูปหน้าอกที่ชัดเจน
  • หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอกแพทย์จะนัดคนไข้เข้ามา เพื่อติดตามดูอาการ

ในบางรายอาจต้องมีการนวดหน้าอกเพื่อไม่ให้เต้านมตึงมากจนเกิดไป การนวดจะช่วยให้หน้าอกดูสวยแบบธรรมชาติมากขึ้น แต่การนวดหน้าอกควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์เป็นรายบุคคลนะคะ

ภาพก่อน-หลัง (Before-After)

dotted

รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญฟรี

dotted

[ninja_form id=”5″]