ดึงหน้า

แก้ไขปัญหาร่องลึกบนใบหน้า บอกลาใบหน้าหย่อนคล้อย

ศัลยกรรมดึงหน้า (Face Lift)

เมื่อวันเวลาล่วงเลยผ่านไปจากผิวหนังที่เต่งตึงเปล่งปลั่ง ดูอูมอิ่มก็เริ่มเหี่ยวย้อย ย่นไปตามกาลเวลา เนื่องจากไขมันที่ใบหน้าเริ่มสลายไปบางส่วน ผิวหนังที่เคยเปล่งปลั่งก็จะเริ่มหม่นหมองและแห้งกร้าน กล้ามเนื้อบนใบหน้าเริ่มหย่อนคล้อย เห็นลายเส้นที่หน้าผากปรากฏโชว์หลักฐานที่บ่งบอกอยู่กลายๆว่า เริ่มเข้าสู่ความชรา ร่องจมูกที่เห็นได้อย่างชัดเจน มุมปากที่เริ่มตกพร้อมรอยเหี่ยวย่นที่เชื้อเชิญสายตาได้เป็นอย่างดี สร้างความกลุ้มใจได้ไม่น้อยสำหรับคนที่กลัวความแก่

‘วิธีการผ่าตัดดึงหน้า’ จึงเป็นวิธีการช่วยแก้ไขปัญหา และบอกลาการหย่อนคล้อยของแก้ม, คาง, และบริเวณคอ ซึ่งมักพบในคนอายุ 50- 60 ปีขึ้นไป (แต่ก็สามารถพบในคนที่มีอายุน้อยกว่าได้เช่นกัน) โดยผลของการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า จะทำให้ คุณมีใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์และสดใสขึ้น และสามารถอยู่ได้ในระยะเวลา 5 -10 ปี

การทำศัลยกรรมดึงหน้าจะมีอยู่ 4 เเบบ

  1. ศัลยกรรมดึงหน้า ส่วนบน (Upper Face Lift) เป็นการผ่าตัดดึงหน้า ด้านข้างหน้าผากและข้างแก้ม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดึงหน้าผากด้านข้าง,ยกคิ้วและผิวหน้าบริเวณโหนกแก้ม และผู้ที่มีร่องรอยเหี่ยวย่นบริเวณใบหน้าแต่ไม่มีรอยย่นบริเวณคอ
  2. ศัลยกรรมดึงหน้า ส่วนกลางและล่าง ( Mini Facelift) เพื่อแก้ไขปัญหาใบหน้าส่วนกลางและใบหน้าส่วนล่างหรือผู้มีปัญหาแก้มตก ห้อยย้อย หน้าไม่ได้กรอบรูป
  3. ศัลยกรรมดึงหน้า ทั้งหมด (Full Facelift) เป็นการดึงหน้าที่ทำผ่าตัดบริเวณ ส่วนบน, ส่วนกลางและคอ เหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้าและคอย่น วิธีนี้ เป็นการดึงหน้า ที่ทำมากที่สุด เพราะสามารถช่วยให้ใบหน้าทั้งหมดดูอ่อนเยาว์ขึ้น ช่วยแก้ปัญหาคางย้อย และคอเหี่ยวย่นได้
  4. ศัลยกรรมดึงหน้า เหนียงและคอส่วนบน (Neck Lift) เป็นการผ่าตัดที่แก้ปัญหาเรื่องคอเหี่ยวย่น และคางย้อย ในกรณีที่คางย่นมากอาจจำเป็นต้องดูดไขมันส่วนเกินที่คางด้วย

ผู้ที่เหมาะสมกับการทำศัลยกรรมดึงหน้า

การดึงหน้านั้นเหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นค่อนข้างชัดเจน คือผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เพราะอายุมากขึ้นผิวหนังก็จะเสื่อมสภาพไปตามเวลา แต่สำหรับผู้ที่มีรอยเหี่ยวย่นไม่มาก เช่นบริเวณแก้ม หรือคางอาจจะสามารถทำศัลยกรรมดึงหน้าบางส่วนได้ (Mini Facelift)

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดดึงหน้า

  1. พบแพทย์ปรึกษาแพทย์ วางแผนการผ่าตัด
  2. โปรดแจ้งอาการแพ้ยา หรืออาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบันก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  3. ตรวจสุขภาพร่างกาย ตรวจเลือด, ความดัน, เบาหวาน
  4. งดยาแอสไพริน ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) และวิตามินอี ล่วงหน้า 2 อาทิตย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด เพื่อป้องกันเลือดหยุดยาก
  5. งดสูบหรี่ก่อนผ่าตัด 2 อาทิตย์ และหลังผ่าตัด 1-2 อาทิตย์ด้วย เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้เลือดไปเลี้ยงที่ผิวหนังไม่ดี จะทำให้แผลสมานกันได้ช้า

ขั้นตอนการผ่าตัดดึงหน้า

  1. ทำการผ่าตัดดึงหน้าภายใต้การดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์
  2. ศัลยแพทย์จะเปิดแผลบริเวณขมับเหนือหูในไรผม โค้งลงมาบริเวณหน้าหู แล้วอ้อมไปด้านหลังหู หลังจากนั้นเปิดเลาะแยกชั้นของผิวหนังออกจากชั้นของไขมันและกล้ามเนื้อ แล้วก็จะดึงชั้นของไขมัน ศัลยแทพย์จะเปิดเลาะไปในชั้นของ SMAS (Superficial Musculoponeurotic Stytem) แล้วก็เย็บยกกระชับทำให้กล้ามเนื้อที่ใบหน้ายกกระชับขึ้น
  3. ดึงผิวหนังมาให้มาปิดแล้วตัดส่วนที่เกินออกแล้วเย็บปิดแผล
  4. ศัลยแพทย์อาจจะเปิดแผลที่ใต้คาง ในกรณีที่ต้องดึงยกกระชับผิวหนังที่คอ

อาการโดยทั่วไปหลังการผ่าตัดดึงหน้า

  • คนไข้อาจจะรู้สึกปวดแผล หรือมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน มักจะเป็นผลจากการใช้ยาให้หลับหรือยาสลบ
  • ในช่วงวันสองวันแรก อาจจะมีบริเวณใต้ผิวหนังซึ่งมีเลือดค้างอยู่ มักจะดีขึ้นเอง มีบางรายที่อาจต้องดูดออก
  • อาการชาที่ผิวหน้าและลำคอ อาการนี้จะหายไปเองหลังผ่าตัดแล้วประมาณ 2 ถึง 3 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน
  • อาจจะมีกล้ามเนื้อบางส่วนของใบหน้ายังทำงานไม่ได้ปกติ เช่น เวลายิ้ม หรือยักคิ้ว อาจจะไม่เท่ากัน มักจะดีขึ้นเองเมื่อเส้นประสาทและกล้ามเนื้อหายช้ำประมาณ 1-2 เดือน หลังผ่าตัด คนไข้อาจจะรู้สึก
  • รอยแผลจากแนวเส้นผ่าตัดจะค่อยๆ ประสานกันใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 3 สัปดาห์

*ข้อควรระวัง : หากพบอาการแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น อาการปวดที่รุนแรงเฉียบพลัน หรืออาการหน้าบวมเฉียบพลัน ต้องรีบปรึกษาศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัดทันที

การดูแลแผลหลังผ่าตัดดึงหน้า

  1. นอนศีรษะสูง เป็นเวลาประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อช่วยลดอาการบวมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ภายหลังการผ่าตัด
  2. งดกิจกรรม การออกกำลังกาย ทุกชนิด ที่จะทำให้กระทบกระเทือนแผล การอบไอน้ำ และกิจกรรมที่มีผลต่อการเพิ่มความดันเลือด
  3. ห้ามไม่ให้แผลถูกน้ำเป็นเวลา 2-3 วัน
  4. ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อนเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 2 ถึง 3 เดือน
  5. สามารถสระผมเบา ๆ ได้ หลังจากการผ่าตัด 2-3 วัน แต่ต้องใช้ความระมัดระวังในการสระผม และหลีกเลี่ยงการเกาบริเวณแผลที่ศีรษะ
  6. งดของมึนเมาเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 2 อาทิตย์
  7. การพักผ่อนให้เพียงพอมีผลต่อการที่บาดแผลจากการผ่าตัดหายไวขึ้น
  8. สามารถเริ่มใช้เครื่องสำอางได้ภายหลังจากถอดไหมออก

รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญฟรี

dotted

ภาพก่อน-หลัง (Before-After)

dotted